ตอนที่ 24

กลับสุรินทร์ถิ่นกำเนิด

๒๔. กลับสุรินทร์ถิ่นกำเนิด

นับแต่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล จาริกจากวัดจุมพลสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ไปพำนักยังวัดสุทัศนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙ หลวงปู่เริ่มศึกษาด้านพระปริยัติ สอบได้เป็นนักธรรมชั้นตรี นวกภูมินับเป็นรุ่นแรกของจังหวัดอุบลราชธานี ขณะเดียวกัน ก็ได้เรียนบาลีไวยากรณ์ที่เรียกว่า “มูลกัจจายน์” จนสามารถแปลพระธรรมบทได้

จากนั้น เมื่อได้รู้จักกับหลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม ได้กราบนมัสการฝากตัวเป็นศิษย์กัมมัฏฐานของ พระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต ชีวิตแห่งสมณะของหลวงปู่ก็แปรเปลี่ยนจากการที่เคยมุ่งหวังการศึกษาด้านพระปริยัติ หันเข้าหาทางด้านการปฏิบัติ หลวงปู่ออกจาริกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร แสวงหาสัจธรรมตามรอยพระบาทองค์สมเด็จพระบรมศาสดา จนปี พ.ศ. ๒๔๖๖ รวมเป็นเวลา ๗ ปี หลวงปู่จึงได้คืนกลับไปยังจังหวัดสุรินทร์ บ้านเกิดของท่าน เพื่อเป็นการสงเคราะห์ญาติ

การมาสุรินทร์ของหลวงปู่ในครั้งนี้ เป็นการมาแบบพระธุดงค์ครบเครื่อง ด้วยภูมิปัญญาที่แก่กล้า ด้วยจริยาวัตรที่ไม่เบียดเบียน หลวงปู่มาพำนักอยู่ที่ วัดนาสาม ตำบลนาบัว อำเภอเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร

การมาสุรินทร์ของหลวงปู่ในครั้งนั้น ถือได้ว่ากรุแห่งพระธรรมได้เปิดขึ้นแก่ชาวสุรินทร์แล้ว ได้สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านแถบตำบลนาบัว และตำบลเฉนียง ได้พากันแตกตื่นพระธุดงค์เป็นการใหญ่ พากันไปฟังพระธรรมเทศนา และบำเพ็ญสมาธิภาวนากับหลวงปู่ดูลย์อย่างล้นหลาม จนกระทั่งวัดนาสามไม่มีที่จะนั่ง

เมื่อจวนจะถึงวันเข้าพรรษา หลวงปู่เห็นว่าวัดนาสามตั้งอยู่ในละแวกชุมชนมากเกินไป ไม่เหมาะที่จะวิเวกและปรารภธรรมตามแบบอย่างของพระธุดงค์ หลวงปู่จึงได้ไปพำนักที่ป่าบ้านหนองเสม็ด ตำบลเฉนียง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดนาสามไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร สมมติสถานที่นั้นขึ้นเป็นสำนักป่า อธิษฐานจำพรรษา ณ ที่นั้น

บรรดาญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ เริ่มประสบผลในทางปฏิบัติ ก็ได้พากันเดินทางติดตามไปปฏิบัติที่สำนักป่าบ้านหนองเสม็ด แม้จะต้องเดินด้วยเท้าร่วม ๑๐ กิโลเมตร ก็ไม่ลดละ หวังจะได้เจริญสมาธิภาวนาให้มีความก้าวหน้า และฟังพระธรรมเทศนาที่มีรสชาติซาบซึ้งถึงใจอย่างชนิดไม่เคยได้ฟังจากที่ใดมาก่อน